padding:20px 10px 15px; } #sidebar-wrapper { width:200px; float:left; font-size:85%; padding-bottom:20px; word-wrap: break-word; /* fix for long text breaking sidebar float in IE */ overflow: hidden; /* fix for long non-text content breaking IE sidebar float */ } #sidebar { background:#000000} width:200px; width/* */:/**/180px; width: /**/180px; } /* Title & Description ----------------------------------------------- */ .Header h1 { margin:0 0 .5em; line-height: 1.4em; font: normal bold 250% Trebuchet, Trebuchet MS, Arial, sans-serif; color: #88dddd; } .Header h1 a { color:#88dddd; text-decoration:none; } .Header .description { margin:0 0 1.75em; color: #FF6FCF; font: normal normal 100% Verdana, sans-serif; } /* Links ----------------------------------------------- */ a:link { color:#99C9FF; } a:visited { color:#99C9FF; } a:hover { color:#99C9FF; } a img { border-width:0; } /* Posts ----------------------------------------------- */ h2.date-header { margin:0 0 .75em; padding-bottom:.35em; border-bottom:1px dotted #ccaac5; text-transform: lowercase; letter-spacing:.3em; color: #FF6FCF; font: normal bold 100% Verdana, sans-serif; } .post { margin:0 0 2.5em; } .post h3 { margin:.25em 0; line-height: 1.4em; font: normal normal 119% Trebuchet, Trebuchet MS, Arial, sans-serif; font-size: 130%; font-weight: bold; color:#ffffff; background:url("http://www.blogblog.com/dots_dark/bg_post_title.gif") no-repeat left .25em; padding-top:0; padding-right:0; padding-bottom:1px; padding-left:45px; } .post h3 a { text-decoration:none; color: #ffffff; } .post h3 a:hover { color: #aabbcc; } .post p { margin:0 0 .75em; line-height:1.6em; } .post-footer { margin:0; } .uncustomized-post-template .post-footer { text-align: right; } .uncustomized-post-template .post-author, .uncustomized-post-template .post-timestamp { display: block; float: left; margin-right: 4px; text-align: left; } .post-author, .post-timestamp { color:#ffffff; } a.comment-link { /* IE5.0/Win doesn't apply padding to inline elements, so we hide these two declarations from it */ background/* */:/**/url("http://www.blogblog.com/dots_dark/icon_comment.gif") no-repeat left .25em; padding-left:15px; } html>body a.comment-link { /* Respecified, for IE5/Mac's benefit */ background:url("http://www.blogblog.com/dots_dark/icon_comment.gif") no-repeat left .25em; padding-left:15px; } .post img { margin-top:0; margin-right:0; margin-bottom:5px; margin-left:0; padding:4px; border:1px solid #ccaac5; } .feed-links { clear: both; line-height: 2.5em; } #blog-pager-newer-link { float: left; } #blog-pager-older-link { float: right; } #blog-pager { text-align: center; } /* Comments ----------------------------------------------- */ #comments { margin:0; } #comments h4 { margin:0 0 10px; border-top:1px dotted #ccaac5; padding-top:.5em; line-height: 1.4em; font: bold 110% Georgia,Serif; color:#9c7; } #comments-block { line-height:1.6em; } .comment-author { background:url("http://www.blogblog.com/dots_dark/icon_comment.gif") no-repeat 2px .35em; margin:.5em 0 0; padding-top:0; padding-right:0; padding-bottom:0; padding-left:20px; font-weight:bold; } .comment-body { margin:0; padding-top:0; padding-right:0; padding-bottom:0; padding-left:20px; } .comment-body p { margin:0 0 .5em; } .comment-footer { margin:0 0 .5em; padding-top:0; padding-right:0; padding-bottom:.75em; padding-left:20px; color:#996; } .comment-footer a:link { color:#996; } .deleted-comment { font-style:italic; color:gray; } /* More Sidebar Content ----------------------------------------------- */ .sidebar h2 { margin:2em 0 .75em; padding-bottom:.35em; border-bottom:1px dotted #ccaac5; line-height: 1.4em; font: normal normal 119% Trebuchet, Trebuchet MS, Arial, sans-serif; text-transform:lowercase; color:#ffb7e7; } .sidebar p { margin:0 0 .75em; line-height:1.6em; } .sidebar ul { list-style:none; margin:.5em 0; padding:0 0px; } .sidebar .widget { margin: .5em 0 1em; padding: 0 0px; line-height: 1.5em; } .main .widget { padding-bottom: 1em; } .sidebar ul li { background:url("http://www.blogblog.com/dots_dark/bullet.gif") no-repeat 3px .45em; margin:0; padding-top:0; padding-right:0; padding-bottom:5px; padding-left:15px; } .sidebar p { margin:0 0 .6em; } /* Profile ----------------------------------------------- */ .profile-datablock { margin: 0 0 1em; } .profile-img { float: left; margin-top: 0; margin-right: 8px; margin-bottom: 5px; margin-left: 0; border: 4px solid #345; } .profile-data { margin: 0; line-height: 1.5em; } .profile-textblock { clear: left; margin-left: 0; } /* Footer ----------------------------------------------- */ #footer { clear:both; padding:15px 0 0; } #footer p { margin:0; } /* Page structure tweaks for layout editor wireframe */ body#layout #sidebar, body#layout #main, body#layout #main-wrapper, body#layout #outer-wrapper, body#layout #sidebar-wrapper { padding: 0; } body#layout #sidebar-wrapper, body#layout #sidebar { padding: 0; width: 240px; } -->

Tuesday, February 12, 2008

HoliDay YoYo



ปิดเทอมก็ใกล้จามาถึงและ

เพื่อนๆหาที่เที่ยวได้กันรึยังเอ่ย

ว่าจาไปพักผ่อนหย่อนใจกันที่ไหน

ถ้ายังหาไม่ได้ วันนี้เราจามาแนะนำที่เที่ยวให้เพื่อนๆกัน

สถานที่ที่เราจะแนะนำก็คือ หมู่เกาะพีพี

เราเคยไปสองครั้งแล้ว

ประทับใจมาก ถ้าใครยังไม่เคยไปก็ลองไปดูแล้วจะติดใจ

น้ำทะเลใส มองเห็นปลาการ์ตูนเลยหล่ะ

ปลาการ์ตูนเยอะมาก หาดทรายก็ขาว

ประการังสวยด้วย

มีให้ดำทั้งปะการังน้ำตื้นและน้ำลึก

แต่เราดำแค่ประการังน้ำตื้นอ่า

การเดินทางก็มีหลายทางนะ

ครั้งแรกตอนที่เราไปเรานั่งเรื่อจากกระบี่เลย

ครั้งทีสองที่ไปไปเที่ยวภูเก็ตก่อนก็นั่งเรือจากภูเก็ตไป

ส่วนที่พักเนี่ยก็ไม่ต้องห่วง มีให้เลือกมากมาย

มีหลายราคาให้เลือกตามความต้องการ

แล้วก็ยังได้ไปชิมอาหารทะเลสดๆ อร่อยๆอีกด้วย

นอกจากนี้เกาะพีพียังมีทะเลแหวก และมีกิจกรรมต่างๆให้ได้ทำอีกมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวถ้ำไวกิ้งหรือถ้ำพญานาค ซึ่งเป็นที่ที่ชาวประมง

ไปเก็บรังของนกนางแอ่นมาทำรังนกกัน

ถ้าใครยังไม่รุ้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็ลองไปดูละกันเนอะ









ว า เ ล นไ ท น์ ก้ อ ยั ง เ ดี ย ว ด า ย

คุณเชื่อไหมว่าความรักฆ่าตัวมันเอง

คือ ... เมื่อคุณรักใครมาก จนตัวเองเริ่มรู้สึกว่าเรากำลังจะคลั่งตาย เพราะความรัก
คือ ... เมื่อคุณรักใครมากสักคน แต่เขารักคุณมากจนคุณรู้สึกอึดอัด
คือ ... เมื่อคุณรอใครมานานแสนนาน ความรักจะฆ่าตัวมันเอง
ความรักมันมักจะฆ่าตัวตาย เมื่อเริ่มรู้ว่ากำลังจะทำร้ายใคร
ความรักมันมักจะฆ่ากันเอง เมื่อรู้ว่ามันเริ่มขัดแย้ง
ความรักกำลังจะตายลงอย่างช้าๆ เพียงเพราะรอใครบางคนนานเกินไป

อ่านแล้วเป็นยังไงกันบ้าง
ใกล้จะวาเลนไทน์อีกแล้วเนอะ
วาเลนไทน์ก็ยังคงเป็นแค่วันธรรมดาสำหรับเราเสมอแหละ (เศร้าจิต ToT )

เลิกพูด เลิกพูด เฮ้อ !!
วันนี้ก็ตื่นสายอีกแระ
เมื่อคืนนอน ตีสอง แล้วอ่า
นั่งปั่นเคมี แบบฝึกหัดแบบว่าเยอะมหาศาลเลยอ่า
ทำจนถึงตีสองก็ยังไม่เสร็จ




ร่างกายและสังขาลก็รวมใจกัน ตะโกนว่าไม่ไหวแล้วววว
เกือบหลับคาแบบฝึกหัดแน่ะ
ตอนเช้าก็เลยตื่นสาย
วันนี้ก็ไม่ค่อยได้เรียนอ่า
ส่วนใหญ่ครูก็สอนจบแล้ว
ก็เลยนั่งลอกแบบฝึกหัดเคมีต่อ
คาบสุดท้ายพละครูก้อไม่อยุอีก เลยไม่ได้สอบ
แล้วก็ไปเรียนยูเรก้าต่อ
โอ้วว เหนื่อยอย่างสุดแสน
ยังไม่ได้อ่านหนังสือซักกะตัวเลย
เครียสสสสสสสส
พอแค่นี้ก่อนละกันเนอะ
เอาไว้ค่อยมาอัพใหม่


ปล.ภูมจัยนำเสนอเพลง
ลองฟังกันดูนะ






Get this widget | Track details | eSnips Social DNA

Wednesday, February 6, 2008

MemOry~

Big Cheese



ประกอบด้วยสมาชิก 7 คน
BC-I >>> หนุงหนิง
BC-II >>> I'm
BC-III >>> กานต์
BC-IV >>> แซนด์
BC-V >>> ปุ่น
BC-VI>>> ตั๊บ
BC-VII >>> แน็ค

พวกเรา 7 คนต่างก็มาจากคนละจังหวัดกัน แต่อยู่ดีๆก็มี พรหมลิขิต ที่ทำให้เราได้มาเจอกัน
กว่าจามารวมกันได้ก็ไม่ง่ายเลย กว่าที่พวกเราจะสนิทกัน กว่าจะเข้าใจกัน ตอนที่พวกเราอยู่ด้วยกันก็บ้าๆบอๆเนอะ ตอนอยู่หอพวกเราก็จะชอบนั่งเพลง แล้วก็เม้าท์แตก การบ้านก็ไม่ค่อยได้ทำ ตอนม.3 ก็ตื่นสาย อาจารย์มาตรวจเวรก่อนพวกเราแต่งตัวเสร็จทุกครั้งเลย เวลากลับบ้านก็ซื้อขนมกลับมานั่งกินด้วยกันเป็นกองเลย ^o^ (พวกเราชอบบอกกันว่าถ้ามีคนมาเห็นตอนพวกเรากินขนมคงขายไม่ออกแหง) เวลาตอนเย็นๆพวกเราก็ไปเล่นแบด หรือไม่ก็เปตอง มีไล่จับ ด้วย ก่อนสอบก็ไม่ค่องจาอ่านหนังสือกัน มีครั้งนึงเราจำได้ว่าพุ่งนี้จาสอบ แต่พวกเราก็มานั่งเล่นเกมเศรษฐีกัน เหอะๆ (ขยันกันชะมัดเลย) แล้วพอจาต้องตรวจผม พวกเราก็มีบาร์เบอร์ประจำกลุ่ม คือ กานต์นั่นเอง ยังมีวีรกรรมที่ตอนถูกจับมือถืออีก อันนี้มีหลายครั้ง แหะๆ เวลาพวกเราอยู่ด้วยกันก็จะมีเสียงหัวเราะอยู่เสมอๆ ตอนแรกๆพวกเราอาจจะมีทะเลาะกันบ้าง แต่มันก็ทำให้พวกเราเข้าใจนิสัยกันและกันมากขึ้น อาจจะมีบางคนที่เค้าไม่ค่อยชอบพวกเรา ตอนช่วงนั้นพวกเราก็รู้สึกแย่กันเนอะ แต่เราก็จับมือกัน ให้กำลังใจกันแล้วเดินผ่านเหตุการณ์ร้ายๆมาด้วยกัน พวกเราอยู่ข้างเดียวกันเสมอ ยังมีเรื่องราวที่เราประทับใจอีกมากมายแต่คงไม่สามารถเขียนบรรยายออกมาได้หมด เราอยากจะบอกว่า เราดีใจที่สุดที่ได้มาเจอพวกแก ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกัน เวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันดูเหมือนจะเยอะ แต่จริงๆแล้วมันเวลามันผ่านไปเร็วมาก เคยได้ยินไม๊ที่เคยมีคนบอกว่าเวลาของความสุขผ่านไปเร็วเสมอ เราอยากบอกว่าถึงแม้ตอนนี้เราจะอยู่กันคนละที่ ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้นอนด้วยกัน แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเรายังอยู่ด้วยกันก็คือใจของเราที่เหมือนมีสายใยบางๆของความคิดถึงยึดให้หัวใจของเราติดกันอยู่เสมอ ไม่ว่าเราจะอยู่ไกลกันสักแค่ไหน หลายครั้งที่เรารู้สึกว่ากำลังหลอกตัวเอง ว่าเด๋วก็ได้กลับไป แต่จิงๆแล้วเราไม่มีโอกาสได้กลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีกแล้ว ชีวิตพวกเราต้องก้าวต่อไป อีกสามปีเราคงได้เจอกัน เรายังคงคิดถึงเเละเป็นกำลังใจให้พวกแกเสมอนะ
ปล.รักและคิดถึงเสมอ


Get this widget Track details eSnips Social DNA

Tuesday, February 5, 2008

ท้องฟ้า แผ่นดิน ผืนน้ำ

ฮาโหลๆ

วันนี้ก็มาอัพอีกแระ ช่วงนี้งานเยอะชามัด ทำกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว เหนื่อย มั่กมาก เฮ้อ! เมื่อไหร่จาปิดเทอมซะทีเนอะ อ่านะ เอาเหอะยังไงก็ต้องสู้กันต่อไป ผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้วนี่นา ทนอีกสามอาทิตย์ก็ได้กลับบ้านแระ วันนี้ได้ไปอ่านบทความมาอันนึง
อ่านแล้วรู้สึกประทับใจมาก ก็เอามาโพสต์ให้ลองอ่านดูละกันเนอะ

ท้องฟ้า แผ่นดิน และผืนน้ำ
"รู้มั้ยว่าเวลาฝนตกทำไมเราถึงคิดถึงบางคนหรือบางทีก็เหงา......."
ทำไมเวลาที่ฝนตก เรามักจะคิดถึงคนที่เรารัก เราผูกพัน
และบางครั้งก็รู้สึกเหงาด้วย
เมื่อก่อนนี้ ท้องฟ้า แผ่นดิน และผืนน้ำ เป็นเพื่อนรักกัน ทั้งสามอยู่ใกล้ชิดติดกัน จนกระทั่งโลกได้กำเนิดพืช และสัตว์ขึ้น แผ่นดิน และผืนน้ำก็มัวแต่ดูแลเอาใจใส่พืชและสัตว์ จนละเลยและไม่สนใจท้องฟ้า ท้องฟ้าก็เริ่มรู้สึกน้อยใจ และถอยตัวออกไป ออกไป ทุกที ทุกที จนถึงวันที่มีนกตัวแรกออกโบยบิน แผ่นดิน และผืนน้ำจึงได้รู้ว่าท้องฟ้าได้จากไปไกลแสนไกล แผ่นดิน และผืนน้ำพยายามส่งเสียงเรียกท้องฟ้า แต่ท้องฟ้าอยู่ไกลมาก เลยไม่ได้ยิน นกตัวนั้นจึงอาสาที่จะไปบอกกับท้องฟ้า นกก็บินขึ้นสูง สูงขึ้น สูงขึ้น และส่งเสียงเรียก แต่เสียงนกนั้นเบาเกินไป ไปไม่ถึงท้องฟ้า แต่นกก็สัญญาว่า ต่อไปนี้นกทุกตัวจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อนำข่าวจากแผ่นดิน และผืนน้ำไปบอก ผืนน้ำ และแผ่นดินรู้สึกเศร้าใจที่เพื่อนได้ออกไปไกล และคิดถึงเพื่อนเหลือเกิน ผืนน้ำพยายามที่จะม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นครั้งแล้วครั้งเล่า แผ่นดินพยายามยกตัวสูงจนตั้งตระหง่าน แต่นั่นก็ยังสูงไม่พอ ยังไม่ใกล้ท้องฟ้า พระอาทิตย์ซึ่งเฝ้ามองดูเหตุการณ์มาโดยตลอด ก็บอกกับทั้งสองว่า
"เราอาจจะช่วยพวกเจ้าได้" พระอาทิตย์จึงอาสาช่วย โดยการส่องแสงลงมายังผืนน้ำ และแผ่นดิน ทำให้ระเหยกลายเป็นไอ ลอยไปรวมตัวกันเป็นก้อนเมฆ ลอยขึ้นไปบอกข่าวแก่ท้องฟ้า เล่าเรื่องราวต่างๆ เป็นรูปตามที่แผ่นดินและผืนน้ำได้พบเจอมา และบอกว่าแผ่นดิน และผืนน้ำคิดถึงมาก อยากให้ท้องฟ้าลงมาสนิทแนบชิดเหมือนเมื่อก่อน ท้องฟ้าได้รับรู้เรื่องราว ก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็กลับลงไปไม่ได้ "ฉันกลับลงไปไม่ได้หรอก เพราะฉันเติบโตขึ้น และอยู่สูงเกินไป ลงไปไม่ได้แล้ว ฉันได้แผ่ขยายตัวเองจนกว้างขวาง ที่ฉันทำได้ก็เพียงแต่เฝ้ามองดูอยู่ไกล ๆ และโอบกอดแผ่นดินและผืนน้ำไว้อย่างอ่อนโยนเท่านั้น และถึงแม้จะมีนกบินมาส่งข่าว แต่ฉันก็ยังคิดถึงแผ่นดินและผืนน้ำ และอยากจะบอกกับทั้งสองว่า ฉันเองคิดถึงเพื่อนมากมายเพียงใด" ก้อนเมฆก็ตอบว่า "อยู่บนนี้นานๆ ก็เหงาเหมือนกัน บางทีก็อยากกลับลงไปข้างล่างบ้าง" ท้องฟ้าเลยบอกว่า "ฉันก็เหงาเหมือนกัน แต่ว่าฉันกลับลงไปไม่ได้ แต่เจ้าลงไปได้นี่ ถ้าอย่างนั้นฉันจะส่งเจ้ากลับลงไป และความคิดถึงของฉันก็หนักมากพอที่จะส่งพวกเจ้าลงไปหมดทั้งท้องฟ้า" จากนั้นก้อนเมฆทั้งหมดก็รวมตัวกัน และรวมเข้ากับความคิดถึงอันมากมายของท้องฟ้า แล้วตกลงมาเป็นหยาดฝน ส่งความรัก ความคิดถึงมายังแผ่นดิน และผืนน้ำ
จึงไม่แปลก ถ้าเมื่อใดที่ฝนตก แล้วเราจะรู้สึกคิดถึงคนที่เรารัก คนที่เราผูกพัน และบางครั้ง ท้องฟ้าก็ส่งความเหงาลงมาด้วย..............




วันนี้ฝนไม่ตก แต่อากาศก้อเย็นดี
สู้ๆนะเพื่อนๆ จาสอบแว้ว
คิดถึงทุกคน

Sunday, February 3, 2008

ความคิดถึง

คุณเคยคิดถึงวันเวลาเก่าๆบ้างไหม ?

วันเวลาที่อาจจะมีสิ่งที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง

แต่มันเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำและ

ทำให้คุณประทับใจได้อย่างน่าประหลาด

สำหรับเรา มันคงเป็นช่วงเวลาที่ได้ร่วมแบ่งปันความสุข และ ความทุกข์

กับ คนกลุ่มหนึ่งที่เรียกพวกเขาว่าเพื่อน

ในชีวิตคนคนหนึ่งคงไม่ง่ายนัก ที่เราจะได้เจอเพื่อนแท้

เพื่อนที่คอยอยุเคียงข้างเราเสมอ ในยามที่เราต้องการใครสักคน

เพื่อนที่คอยให้สิ่งๆหนึ่งกับเราอยุเสมอ แม้คุณอาจจะไม่สามารถจับต้องได้

แต่มันมีค่ามากมาย จนไม่สามารถประเมินค่าได้

สิ่งที่เรียกว่า ความจริงใจ

คอยปลอบเรา อยุเสมอในวันที่เราเสียใจ ท้อแท้ สิ้นหวัง

ยามที่เรามีอุปสรรค เพื่อนแท้จะจับมือแล้วจะก้าวเดินไปพร้อมๆกับเรา


และตอนนี้เราก็กำลังคิดถึงเพื่อนๆและช่วงเวลาเหล่านั้นอยุ

เวลาที่เราอยุด้วยกันแม้จะมีทะเลาะกันบ้าง

แต่นั่นมันก็ทำให้พวกเราเข้าใจกันมากขึ้น

อยากขอโทษที่เราอาจจะขี้งอน และก้อเอาแต่ใจตัวเองไปนิส

อยากบอกว่าคิดถึงทุกคนมากๆเลยนะ

เปนห่วงด้วย

ตอนนี้ไม่รุว่ากำลังทำอะไรกันอยุบ้าง

จะเป็นยังไงกันบ้างน้อ

สบายดีกันรึป่าวเอ่ย

หวังว่าคงจะสบายดีนะ

วันนี้อัพแค่นี้ละกัน

บ๊ายบาย

ปล. รักษาสุขภาพนะทุกคน
รักกันให้มากๆ




Get this widget Track details eSnips Social DNA

Wednesday, January 30, 2008

Say Hell^o^

ก่อนอื่นก็ต้องขอ ซา หวาด ดี อย่างเป็นทางการก่อนโนะ

หลังจากที่ไม่เคยได้ทักทายจิงๆ จังๆเลข

วันนี้วันที่น่าเบื่อก็ได้ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวัยแระ

ดีจัยๆ กำลังจาหมดสัปดาห์อีกแว้ว

หมายความว่า จาได้นอนตื่นสายสองวัน โฮะๆ^o^

สวรรค์สุดๆ

วันนี้ ตื่นมา อาบน้ามด้วยความเร่งรีบ

ทำมัยน่ะหรอ ตื่นสายน่ะสิ 6.50

แต่ยังดีที่ไปกินข้าวเช้าทัน

คาบแรก ชีวะ ผ่าหัวใจหมู น่าเบื่อสุดๆ

คาบสาม เคมี เผลอหลับไปนิดหน่อย

คาบสี่ ไม่ได้เรียน

คาบห้า เทคโน ทำเอ๊กเซล

คาบเจ็ด อังกิด ก็เฉยๆ

คาบแปด สังคม ไม่หลับๆ ดีจัย อิอิ

หมดคาบแปด โย่วๆ

กลับหอๆ

แล้วก้อมาอัพ blog เนี่ยแหละ

วันนี้ก็เลยไม่ได้ดูหนังน้ำเน่า

วันนี้เอาแค่นี้ก่อนละกัน เด๋วค่อยอัพใหม่

จาไปนอนแระ

บาย บาย



ปล. วันนี้ฝนตก ดีจัง ชอบๆ
อยากให้ตกทุกวันเลย
แต่คิดถึงโรงเรียนเก่าจัง
เฮ้อ เส้า ToT




Get this widget Track details eSnips Social DNA

Sunday, January 13, 2008

Fantasy


นาคราชา

หม่อมราชวงศ์ภูวา ธีรราช พันเอกหนุ่มผู้มีดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์ นายแพทย์ ทหาร มือฉมังแห่งโรงพยาบาลภูบดินทร์ ต้องมาพัวพันในการสืบหานาคราชา อันเป็นสมบัติในตำนานเก่าแก่ ที่ลือกันว่าเป็นเพชร 8 ส่วน และตอนนี้เพชรทั้ง 8 ส่วนก็หายสาบสูญ กระจายอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของโลก จนปัจจุบัน ตระกูลลี้หรือริปูศิโรแสดงว่าเป็นผู้ครองครอบ “เทียนหลง” หรือ “นาคราชา” อยู่ส่วนหนึ่ง เมื่อประมุขตระกูล ลี้ เทียนสง นำเพชรเสี้ยวหนึ่งมาทำเป็นต่างหูให้หลานสาว หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ถึงแก่กรรมอย่างอนาถความตายของประมุขสกุลลี้จุดชนวนการเคลื่อนไหวทั่วโลก เพราะริปูศิโรเป็นตระกูลใหญ่ที่กุมเศรษฐกิจทั่วโลกไว้ แต่ศึกชิงบัลลังก์ผู้นำตระกูลยังไม่น่าสนใจเท่าคำถาม..ใครจะได้ครอบครอง “นาคราชา” ซึ่งว่ากันว่า “หนึ่งจะเห็นโลก สองจะรู้คน สามจะเปิดฟ้า สี่จะคุมสวรรค์ ห้าจะเทียมเซียน หกจะยึดพิภพ เจ็ดจะเป็นจ้าว แปดจะเหนือมาร” กันแน่?ภูวา ได้รับคำสั่งให้เป็นผู้ดูแลคุ้มกันภัยให้กับ อรวี ลูกสาวของท่านนายพล ซึ่งเธอได้เข้ามาพัวพันกับตระกูลริปูศิโรหรือสกุลลี้ ในฐานะเป็นเพื่อนของลูกสาวเจ้าของตระกูลเพื่อเป็นพยานสำคัญในการเปิดพินัยกรรมลึกลับ การสืบเสาะหานาคราชาสมบัติในตำนานได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมความหายนะ แต่สุดท้ายสิ่งที่พวกเขาได้พบกลับเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าในตำนานเท่านั้น



เพชรประดับใจ

ความรักของคนทั้งคู่จะเกิดขึ้นได้ไหม หากพินัยกรรมของตระกูลทหารเก่าแก่ตระกูลหนึ่งระบุว่า ทายาทฝ่ายชายต้องสมรสกับหญิงสาวที่เจ้าของพินัยกรรมเลือกไว้ให้ ฝ่ายชายจึงจะได้รับมรดกพันล้านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เธอเป็นนายทหารหญิงที่ติดจะทะมัดทะแมงราวเด็กหนุ่มทั้งบุคลิกและการพูดจา จิตใจนั้นก็แข็งแกร่งสมชื่อเพชร วชิรวีร์ จนทำให้จิราพัณธ์ แพทย์ทหารว่าที่คู่หมั้นต้องยอมลงให้ แต่ใครจะรู้ว่า ภายใต้ท่าทีสุภาพเรียบร้อยติดจะทึ่ม ๆ ในสายตาของคนทั่วไป แท้จริงแล้วจิราพัณธ์ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้ และวางแผนที่จะเจียระไนเพชรแกร่งเม็ดนี้ให้ส่องประกายแวววาว แต่เขาจะทำเช่นไร เมื่อในเวลานี้มี "เพชร" ถึงสองคน ความจริงใจของเขา จะค้นหาใจจริงของเธอเจอไหมหนอ...



วุ่นจริงเจ้าหญิงหรือเจ้าชาย 1

เซเรเน่ย์เจ้าหญิงแห่งแคว้น เล็กซิสซ์ต้องตกใจเมื่อพบว่า อยู่ๆตัวเองกำลังจะถูกจัดให้หมั้นกับเจ้าชายต่างแคว้น แผนการหนีออกจากวังก็อุบัติขึ้น.... เมื่อเจ้าหญิงปลอมตัวเป็นชายเพื่อออกเดินทางไปดูหน้าว่าที่พระคู่หมั้น... เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามได้ใน วุ่นจริง เจ้าหญิงหรือเจ้าชาย



วุ่นจริงเจ้าหญิงหรือเจ้าชาย 2

เรื่องราววุ่นวายครั้งใหม่กำลังอุบัติขึ้นอีกครั้ง เมื่อเซเรเน่ย์ที่อยู่ในคราบขุนนางหนุ่มน้อยนามว่า เซนด์ รู้สึกว่าสงครามกำลังจะเกิดขึ้น เพราะต้องเผชิญหน้ากับพายุถึง 4 ลูกด้วยกัน ลูกแรกเป็นของเจ้าชายฟรานซิสรัชทายาทแห่งเล็กซิสซ์ พี่ชายที่หวงน้องสาวแบบสุด ๆ ลูกที่สองคือลาร์คกษัตริย์แห่งโพรรอนที่เจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจ ลูกที่สามจากเซบาสเตียนเจ้าชายรัชทายาทแห่งกรีนเนอร์เซีย ที่คิดว่าเธอเป็นของเล่นของเขาคนเดียว และลูกสุดท้ายจากเจ้าชายดำ รัชทายาทแห่งโรเนียร์ คู่หมั้นอย่างไม่เป็นทางการของเซเรเน่ย์ ที่ต่างพากันเข้ามาสร้างความปวดหัวให้กับเธอไม่เว้นแม้สักนาทีเดียว จนมาถึงวันงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิประจำปีของโรเนียร์นี้เองที่เซเรเน่ย์และเรย์เผลอนอนหลับไป มันคงจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงถ้าหากว่าทั้งสองคนจะไม่ได้เผลอนอนหลับไปในคืนวันงานเทศกาลที่มีคำสาปไว้ว่า หากใครนอนหลับในวันนี้จะพบกับความซวย คำสาปนี้เป็นเรื่องหลอกเด็กหรือของจริงกันแน่ ติดตามได้ใน วุ่นจริงเจ้าหญิงหรือเจ้าชาย 2

Saturday, January 12, 2008

Favourite Movies

Spring Walt-ดนตรีรักหัวใจปรารถนา

บางครั้งถึงแม้ว่าเราจะค้นหามันอย่างไร ก็ไม่เจอสักที ในบางครั้งเมื่อเราตั้งใจจะเลิก แต่มันกลับปรากฏให้เห็น สิ่งนี้เหมือนกับเล่นซ่อนหา ถึงอย่างนั้นสิ่งนี้ก็ยังไม่หายไปจากชีวิตของพวกเราเด็ดขาด สิ่งนี้ที่เราเรียกว่าพรหมลิขิต คำที่เรียกว่าพรหมลิขิต และคำที่เรียกกันว่าความรัก เป็นสิ่งที่อึนยองและอีนาค้นเจอที่ออสเตรีย อีกคนยังคงกอดความทรงจำไว้เด็กที่สวยงามเอาไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย ส่วนอีกคนชอบการเปลี่ยนแปลงใหม่ในชีวิต และยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ที่สถานที่แห่งนั้นเองพวกเธอได้พบเจอกับผู้ชายคนหนึ่ง พรหมลิขิตที่เหมือนกับเล่นซ่อนหาจึงได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งยูนแจฮานักเปียโนที่ทั้งหมดในชีวิตของเขามีเพียงแค่เปียโนเท่านั้น การมาเยี่ยมของอีนาเพื่อนสมัยเด็กที่ไม่ได้เจอกันกว่า 15 ปี ไม่ได้ทำให้เค้ารู้สึกยินดีเลย เพราะว่าเขาตั้งใจจะปฏิเสธแต่บอกปัดอีนาไม่ได้ อยู่ๆ เขาก็ได้พบกับผู้หญิงที่ชื่ออึนยอง ผู้หญิงคนนี้อยู่ๆ ก็เข้ามาก่อกวนอยู่ในหัวใจของเขาบ่อยๆ เธอที่เขาคิดว่าเป็นคนที่น่ารำคาญแต่ก็ไม่ได้เกลียด เธอคนนี้เป็นคนรักของฟิลลิปหรือ? อึนยองที่ไปเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรก ได้พบกับผู้ชายสองคนอย่างบังเอิญ ฟิลลิปที่ใจดีอยู่เสมอ และอีกคนหนึ่งคือยูนแจฮาที่มองดูเย็นชา แม้จะคิดว่าเขาเย็นชาแต่เมื่อได้เข้าใกล้เขากลับทำให้เธอไม่มีสติอย่างไม่รู้ตัว และทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวเป็นครั้งแรก อึนยองได้รับตั๋วแสดงดนตรีจากฟิลลิป จึงมายังที่จัดการแสดงของแจฮา ที่นั่นเองทำให้พรหมลิขิตของคนทั้งสี่พัวพันกันอย่างยุ่งเหยิง แจฮาที่คลายปมความทรงจำในสมัยเด็กผ่านทางอึนยอง ในที่สุดก็ตัดสินใจเดินทางกลับมายังเกาหลี เป็นการกลับมายังโซลในรอบ 15 ปี ถึงแม้ว่าจะไม่สู้สบายใจนัก ทว่าความทรงจำในฤดูใบไม้ผลิที่สว่างไสวนั้นยังคงเป็นความทรงจำที่สวยงามสำหรับเขา แจฮา, อึนยอง, ฟิลลิป และอีนาได้พบกันอีกครั้งที่โซล ฤดูใบไม้ผลิกำลังมาเยือนพวกเขาที่กำลังค้นหาพรหมลิขิตครั้งใหม่



Punch ฝากหัวใจติดปลายนวม

เรื่องราวความรักและความผูกพันของพี่ชาย และน้องสาวที่อาศัยอยู่ด้วยกันตามลำพัง หลังจากที่พ่อแม่ของพวกเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็ก พี่ชายYoo-cheolมีอาชีพเป็นนักมวย และเป็นพ่อค้าขายอาหารเกาหลีในช่วงตอนดึก เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้น้องสาวของเขาYoo-binได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยตามที่เขาหวังไว้ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้Yoo-cheolเป็นทั้งพี่ชายและฮีโร่ของYoo-bin Yoo-cheol ใช้เวลาในช่วงกลางวันออกแข่งขันชกมวย ส่วนเวลากลางคืนเปิดร้านขายอาหาร เพื่อหารายได้เลี้ยงชีวิตตนเอง และ Yoo-bin น้องสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวเขาตั้งใจว่าจะต้องเป็นแชมป์เปี้ยนมวยของเกาหลีให้จงได้ เพื่อที่จะได้เงินมาเยอะๆ ส่งเสียให้น้องสาวได้เรียนสูงๆ ตามที่ใจตนเองปรารถนา Yoo-bin มาให้กำลังใจพี่ชายในการแข่งขันมวยชิงแชมป์ระดับประเทศรายการหนึ่ง และได้พบกับ Han-sae นักมวยหนุ่มเจ้าสำอางจอมกะล่อน ขวัญใจสาวๆ โดยบังเอิญ Yoo-bin รู้สึกไม่ถูกชะตา Han-sae แต่ในใจลึกๆ แล้วเธอแอบชื่นชมความเก่งกาจในการต่อสู้ของเขา ด้าน Han-sae นั้นก็รู้สึกประทับใจความสดใสน่ารักของ Yoo-bin ตั้งแต่แรกพบเช่นกัน และแล้วฝันของ Yoo-cheol ก็เป็นจริง เขาสามารถฝ่าฟันจนเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศจนได้ แต่ศึกครั้งนี้กลับทำให้ Yoo-cheol ต้องพ่ายแบบหมดท่า สมองของเขาได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง Sung-woo ต้องการนางแบบ-นายแบบหน้าใหม่มาถ่ายโฆษณา เขาเคยสัมผัสกับความสดใส น่ารักออกกวนๆ ของ Yoo-bin มาแล้ว เขาตัดสินใจเลือก Yoo-bin และ Han-sae มาร่วมงานโฆษณาในครั้งนี้ด้วย อาการของ Yoo-cheol เริ่มทรุดลง จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา Yoo-bin เสียใจมาก โดยไม่รู้เลยว่านักมวยในรอบชิงชนะเลิศครั้งนั้นที่ทำให้พี่ชายของเธอต้องจบชีวิตลงก็คือ Han-sae ชายหนุ่มที่เธอแอบชื่มชมมาตั้งแต่แรกเห็นนั่นเอง เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามชม



ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า Stairway to Heaven

ครอบครัว ชาซองจู ซึ่งทำธุรกิจสวนสนุกและห้างสรรพสินค้าใหญ่โต และ ครอบครัวฮันจุงซูสนิทสนมกันมากพวกเขาสองคน ต่างสูญเสียคนที่รัก คือ ชาซองจูสูญ เสียพ่อ และฮันจุงซู สูญเสียแม่ เด็กหนุ่มสาวสองคนจึงกลายเป็นที่พึ่งของกันและกัน ขณะ ที่พ่อ และแม่พวกเขานั้นเป็นเพื่อนรักที่สนิทสนมกันมาก ต่อมาศาสตราจารย์ฮัน พบกันนัก แสดงสาวชื่อมิราและตกลงแต่งงานใหม่ในเวลาต่อมา แม้จุงซูจะรู้สึกแปลก แต่เธอก็ไม่ได้ คิดอะไรนอกจากอยากเห็นพ่อมีความสุข เมื่อพ่อแต่งงานใหม่ เธอจึงต้องย้ายจากบ้านริม ทะเลที่เคยอยู่กับแม่ไปอยู่บ้านหลังใหม่ จุงซูเป็นคนอ่อนโยนเธอจึงเข้ากับแม่เลี้ยงได้ง่าย แม้จะไม่เคยเรียกแม่เลี้ยงว่า"แม่" สักครั้ง ครอบครัวใหม….. เรื่องราวของจุงซูและซองจูจะเป็นอย่างไรติดตามได้ใน ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า stairway to heaven

แนะนำหนังสือ


ตีตราค่าหัวใจ

เธอ...ไอยรินทร์ บอดี้การ์ดสาวหน้าหวาน ที่ต้องแฝงตัวมาเป็นนักสืบจำเป็น กับภารกิจลับที่ไม่อาจแพร่งพรายได้ (แต่ไม่รู้นี่นาว่าเรื่องลับๆที่ว่า มันต้องเกี่ยวข้องกับผีด้วย บรื๋อส์!!) ส่วนเขา...เหมวัณห์ นายตำรวจหนุ่มสุดหล่อ ที่แอบแฝงตัว (เหมือนกัน) มาเป็นคนงานในฟาร์ม หวังจับผิดเธอเพื่อค้นหาความจริงบางอย่างที่ค้างคาใจ (แต่สุดท้ายเขากลับต้องคอยช่วยเหลือยัยตัวยุ่งอยู่ร่ำไป!!) และเมื่อทั้งสองต้องโคจรมาเจอกัน พร้อมกับปฏิบัติการลับสุดยอดที่ยิ่งกว่าเจมส์ บอนด์ ศูนย์ ศูนย์ เจ็ด พ่วงด้วยการค้นหาคำตอบในแบบฉบับลี้ลับเหนือธรรมชาติ บอดี้การ์ดที่ขึ้นชื่อว่ากลัวผีขึ้นสมองอย่างเธอ ต้องมาเจอกับตำรวจขี้เก๊กอย่างเขา เรื่องราวจึงมีครบทุกรส ทั้งหวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ บวกกับความขม เปรี้ยว ซ่าส์ อย่าบอกใคร



MAGIC TOUCH

ว่าที่เจ้าพ่อรูปงามผู้เหี้ยมโหด ใช้มีดสปาร์ต้าได้คล่องแคล่วราวกับส่วนหนึ่งของร่างกาย ไม่หวั่นเกรงต่อศัตรูหน้าไหนทั้งสิ้น แต่กลับมาแพ้น้ำตาผู้หญิง น้ำตาเด็ก และบ้าคลั่ง ‘แบดแบดซึมารุ’ เป็นชีวิตจิตใจ (แป่ว) คุณหนูแสนสวย ลูกสาวนักธุรกิจผู้ร่ำรวยติดอันดับโลก ผู้ที่ตระเวนไปทั่วโลกเพื่อก่อตั้งมูลนิธิเด็กกำพร้า แต่ทว่าสามารถหักปากกามองต์บลังก์ซึ่งทำจากเหล็กอย่างดีได้ด้วยมือเล็กๆ อันบอบบางของเธอ เมื่อคนสองคนที่ต่างกันคนละขั้วมาเจอกัน เรื่องราววุ่นๆ จึงเกิดขึ้น แล้วความชุลมุนเหล่านี้จะจบลงยังไงล่ะเนี่ย



ทะเลดาวในใจ

เมื่อน้องสาวสุดที่รักละทิ้งฐานันดรเพื่อความรัก จึงกลายเป็นการจุดเพลิงโทสะให้แก่เจ้าชายโมราฟ ซามิล อัลอัสซาร์ ให้ทวงคืนในสิ่งที่มีค่าทัดเทียมกัน!!! หากพอเวลาผ่านไป... เมื่อได้รู้ถึงอัธยาศัยที่แท้จริงของสตรีผู้นั้น ‘มารีน’ ความผูกพันจึงถักทอก่อเกิดบนผืนทะเลทรายสีทอง ท่ามกลางทะเลดาว... ทว่าเมื่อหนึ่งคือฟ้า อีกหนึ่งคือดิน และทั้งสองก็ดูห่างไกลกันเหลือเกิน ความรักจึงดูเหมือนไม่มีทางจะเป็นไปได้ หากคำพูดที่ว่า ‘เมื่อเจ้าได้พบคนที่หัวใจเจ้าบอกว่าใช่ เจ้าจะไม่สนใจอีกเลยว่าเลือดของเขาเป็นสีอะไร’ นั่นคือสิ่งย้ำเตือน ฟ้าและดินจะต้องทำเช่นไร จึงจะเชื่อมระยะทางอันแสนไกลนั้นมาบรรจบพบกัน



สาวญี่ปุ่นกับคุณช่างภาพ

‘ญี่ปุ่น’ สาวน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่กลับเป๋อเหลอแถมยังซุ่มซ่ามจนเป็นที่รู้กันทั่ว ‘บวร’ ช่างภาพหนุ่มชื่อดัง หล่อ รวย เก่ง แต่แอบโหด (กับเฉพาะบางคน) นิดๆ ‘เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาจะต้องคอยจับผิด ดุ แถมยังคอยแกล้งเธออยู่บ่อยๆ อย่างนี้ด้วย เชอะ ใช่สิ เธอมันไม่ได้สูงเพรียว หุ่นบาง หน้าสวยเริ่ดอย่างพวกนางแบบที่ตามล้อมหน้าล้อมหลังเขาอยู่ซักหน่อยนี่ ก็เลยเป็นได้แค่ตัวตลกให้เขาล้อเล่นอย่างนี้’ ‘เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงไม่รู้ว่าเขามีใจให้ ที่คอยดุก็แค่เพราะอยากจะให้เธอโตขึ้น เลิกซุ่มซ่ามและเป๋อเหลอเสียที ไม่ใช่อะไรหรอกนะ เขาจะได้จีบเธอซักทียังไงล่ะ เฮ้อ เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้บ้างซะเลย’ …เอ่อ…แล้วความรักครั้งนี้มันจะลงเอยกันได้อีท่าไหนกันล่ะเนี่ย…



Potato


ประวัติวงโปเตโต้
กลุ่มคนรุ่นใหม่จากโฆษณาโค้ก ปีย์ บ๋อม โน้ต ได้พกพาความสดใสและความสามารถทางดนตรี และ ความฝันที่จะก้าวเข้าสู่ วงการเพลง พวกเค้า ได้ ฟอร์มวงขึ้นมาพร้อมกับ สมาชิกใหม่อีก 2 คนนั่นคือ ปั๊บ และมือเบสหญิงคนเดียวของวงคือ นุช

สมาชิก
พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข (ปั๊บ) ร้องนำ
รัตนพล เก่งเรียน (วิน) กีตาร์
ปิยวัฒน์ อนุกูร (โอม) เบส
สุวาทิน วัฒนวิทูกูร (บ๋อม) กลอง

อดีตสมาชิก
ปีย์ชนิตว์ อ้นอารี (ปีย์) ร้องนำ / กีตาร์ มีผลงานร่วมกับวง หนึ่งชุด คือ ชุดแรก Potato (เสียชีวิตแล้ว)
อรนุช ตั้งเดชาวุฒิ (นุช) เบส มีผลงานร่วมกับวง หนึ่งชุด คือ ชุดแรก Potato (ปัจจุบัน ศึกษาต่อ)
นันทไกร ฉ่ำใจหาญ (โน้ต) กีต้าร์ มีผลงานร่วมกับวง สองชุด คือ ชุดแรก Potato และ ชุด Go..On (ปัจจุบัน อยู่ดูแลพ่อแม่)

ผลงาน
Potato โปเตโต้ (พ.ศ. 2544)
Go...On โก...ออน (พ.ศ. 2546)
Focus โฟกัส (พ.ศ. 2547)
Life ไลฟ์ (พ.ศ. 2548)
Collection ขอบคุณที่รักกัน (พ.ศ. 2549)
Sense เซนส์ (พ.ศ. 2550)

Friday, January 11, 2008

Bodyslam


สมาชิก

อาทิวราห์ คงมาลัย ร้องนำ

ธนชัย ตันตระกูล กีตาร์

ธนดล ช้างเสวก เบส

สุชัฒติ จั่นอี๊ด กลอง


ประวัติ

วงละอ่อน เกิดจากการรวมตัวของเด็กนักเรียน 6 คน จากโรงเรียนสวนกุหลาบ (ละอ่อน เป็นภาษาถิ่นของภาคเหนือ แปลว่าเด็กๆ, คนที่อายุน้อยกว่า และเป็นชื่อประเพณีวันรับน้องของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ซึ่งเป็นประเพณีรับน้องระดับชั้นม.1 ที่จัดโดยรุ่นพี่ปี1และม.6 ในปีนั้นๆ) พ.ศ. 2539 รายการวิทยุ Hot Waveได้จัดงานประกวดวงดนตรีระดับมัธยมศึกษาชื่อ Hot Wave Music Awards ขึ้นเป็นครั้งแรก วงละอ่อนจึงได้เข้าร่วมการแข่งขันและได้รับรางวัลชนะเลิศ จากจำนวนวงดนตรีจำนวนมากที่เข้าร่วมแข่งขัน ทำให้วงละอ่อนได้รับการเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด มิวสิกบั๊กส์ และออกอัลบั้มแรกในชื่อ ละอ่อน โดยมีเพลงดังคือเพลง ได้หรือเปล่า และ นิดนึงพอ เป็นการรวมตัวกันของนักดนตรี (ส่วนหนึ่ง) ของวงละอ่อน ซึ่งเคยชนะเลิศการประกวด Hot Wave Music Award ครั้งที่ 1 และมีผลงานมาแล้วถึง 2 อัลบั้ม หลังจากนั้นสมาชิกในวงก็ได้แยกย้ายกันไปเรียนต่อ ตามความถนัดของแต่ละคน ทำให้วิถีการดำเนินชีวิตแตกต่าง และห่างกันไปโดยไม่ตั้งใจจนกระทั่ง"ตูน" นักร้องนำของวง ได้หวนกลับมาสนใจเล่นดนตรีอีกครั้ง และเริ่มแต่งเพลงอีกครั้ง จากนั้นไม่นานก็ได้ "เภา" มาช่วยงานเพลง และ"ปิ๊ด" ก็กลับมาช่วยทำงานเพลงในรูปแบบใหม่ และเปลี่ยนชื่อวงเป็น Bodyslam ซึ่งแนวดนตรีได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ที่มาของชื่อบอดี้สแลม จากคำอธิบายของพวกเขาเอง ที่มาของชื่อนี้มาจาก"ท่าๆ หนึ่งของมวยปล้ำ แต่ถ้าแปลความหมายตรงตัว BODY แปลว่าร่างกาย SLAM คือการทุ่ม เมื่อพอมารวมกันเป็น BODYSLAM ก็หมายถึง การทุ่มสุดตัว คือการทำงานเพลงกันเต็มที่ แบบทุ่มสุดตัว


ผลงาน

-อัลบั้ม Bodyslam (พ.ศ. 2545)

-อัลบั้ม Drive (พ.ศ. 2546)

-อัลบั้ม Believe (พ.ศ. 2548)

-Special (พ.ศ. 2548)

1.ให้รักพาสองเราไปด้วยกัน (เพลงประกอบภาพยนตร์โฆษณามอเตอร์ไซค์ Yamaha Spark 135)

2.เรา (เพลงพิเศษที่ใช้ร้องร่วมกับวง บิ๊กแอส )

3.พลังดนตรี (เพลงประกอบภาพยนตร์โฆษณา เครื่องดื่ม M-150) เฉพาะ ตูน

-Special (พ.ศ. 2550)

1.ชนะใจตัวเอง (เพลงประกอบภาพยนตร์โฆษณาเครื่องดื่ม M-150 มีนาคม 2550)

2.สัญญาณในใจ (เพลงประกอบภาพยนตร์โฆษณารถจักรยานยนต์ Yamaha Spark 135 X Series)
-อัลบั้ม Save My Life (พ.ศ. 2550)